หนังไทยน่าดูปี 2557

on 2014-03-04 07:11:59

สำหรับปี 2557 นี้ เชื่อว่าจะเป็นปีทองของหนังไทยอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแนวโน้มการตอบรับของกลุ่มคนดูหนังไทยนั้นมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเป็นหุ้นก็เป็นหุ้นที่กำลังเบิกบานในตลาด เช่นเดียวกันสำหรับเหล่านายทุน และผู้ผลิตทั้งหลายก็มีฝีมือและกำลังใจมากขึ้นในการที่จะยอมเหน็ดเหนื่อยสานฝันผลิตภาพยนตร์ที่มีคุณภาพให้แก่ผู้ชมและโลกจอเงิน ลบคำครหาที่มีคนว่า หนังไทยห่วย! หากเป็นการลบชอล์คในกระดานดำ ก็คงเป็นการค่อย ๆ ลบทีละนิด สักวันหนึ่งก็คงจะสะอาดเทียบเท่าคนอื่นเขาได้

แน่นอนว่าในเรื่องของกราฟฟิคการผลิตภาพยนตร์ของเราที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เรื่องของบทภาพยนตร์เรา(หลายเรื่อง)ก็ไม่แพ้ชาติใด เพราะไทยเราเป็นแหล่งรวมของผู้ผลิตงานศิลปะแทบทุกแขนงไม่แพงชาติใดเช่นกัน เรามีภาพยนตร์ที่ทำรายได้เทียบเท่าใกล้เคียงตลาดใหญ่ (พี่มาก...พระโขนง) เรามีภาพยนตร์รางวัลปาล์มทองคำอย่าง ลุงบุญมีระลึกชาติ ของพี่เจ้ย เลยไปหนังโฆษณาสักหน่อย เรามีพี่ต่อ ธนญชัย ศรศรีวิชัย(คนที่มีเสียงกวน ๆ ในโฆษณาหลายชิ้น คนรู้จักมากหน่อยก็ จน เครียด กินเหล้า) ที่กวาดรางวัล สิงโตทองคำ มากที่สุดของหนังโฆษณาเมืองคานส์หลายปี

สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นตัวการันตีได้ว่าหนังไทย และคนไทยมีฝีมือและน่าจับตามอง

ทีนี้เราลองมาดูกันนะครับว่าสำหรับปี 2557 นี้ มีหนังเรื่องไหนที่ไม่ควรพลาดบ้าง

TimeLine จดหมาย ความทรงจำ

เรื่องราวความรัก ความผูกพัน ความรู้สึกของ "มัท" หญิงสาวที่ยังคงมีภาพความทรงจำแห่งรักที่แสนงดงามต่อ "ทัน" คนรักเก่าที่ได้จากไปโดยมีเพียง "ไร่สตรอว์เบอร์รี" ที่สะเมิง จ.เชียงใหม่ และ "แทน" ลูกชายเพียงคนเดียวที่เป็นเสมือนตัวแทนความรักของเขาและเธอที่บัดนี้เติบโตเป็นหนุ่มและพร้อมที่จะเริ่มต้นมีชีวิตในแบบของตัวเองเมื่อกำลังจะก้าวเข้าสู่ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

แต่ดูเหมือนว่าตลอด19ปีในชีวิตที่ผ่านมาสำหรับแทนแล้วการที่ต้องเติบโตขึ้นมาภายใต้ร่มเงาความรักที่สมบูรณ์แบบของพ่อและแม่กลับยิ่งทำให้เขาดิ้นรนและอยากออกไปสัมผัสกับโลกภายนอกตามวิธีคิดและการออกแบบชีวิตของเขาเองมากขึ้นเป็นทวีคูณ ชีวิตในกรุงเทพเปรียบได้กับโลกใบใหม่ที่ทุกสิ่งรอบตัวล้วนน่าแปลกตาและแตกต่างจากโลกใบเก่าที่สะเมิง และที่นี่ทำให้ "แทน" ได้พบกับ "จูน" เพื่อนใหม่ที่มีวิธีคิดและมองโลกอย่างแตกต่าง แต่กลับเติมเต็มความรู้สึกบางอย่างให้กับ "แทน" โดยไม่รู้ตัว พูดได้ว่าจูนคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่คอยผลักดันและเป็นแรงบันดาลใจให้แทนได้ค้นพบสิ่งที่มีค่าที่สุดและมีความหมายที่สุดในแบบฉบับของตัวเขาเองนั่นคือ "ความทรงจำแห่งรัก" ที่จะอยู่ในใจของเขาตลอดไป    

งานนี้พี่อุ๋ย นนทรีย นิมิบุตร จับงานในรูปแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งน่าสนใจในพัฒนาการจากที่เคยกำกับ อันพาลครองเมืองมาแล้ว และโด่งดังมาก เหมือนสิบกว่าปีก่อน (นานมากเลย รู้ว่าตัวเองเริ่มแก่)

 


คิดถึงวิทยา

ปีการศึกษา 2555 “สอง” (สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว) อดีตนักกีฬามวยปล้ำตกอับต้องผันตัวเองมาเป็นครูยังโรงเรียนแห่งหนึ่งที่กว่าจะไปถึงต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด ขึ้นรถผ่านผืนป่า ลงเรือฝ่าผืนน้ำหลายชั่วโมง โรงเรียนซึ่งตั้งอยู่กลางเขื่อน โอบล้อมด้วยภูเขาและผืนน้ำอันกว้างใหญ่ “โรงเรียนบ้านแก่งวิทยา สาขาเรือนแพ”

โรงเรียนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เด็กๆลูกชาวประมงที่ไม่มีโอกาสออกไปนอกเขื่อนได้มีโอกาสเรียนหนังสือ สองต้องสอนเด็กๆสุดแสบที่แม้จะมีเพียง 4 คน แต่ก็ล้วนเรียนกันคนละชั้นกันหมด แถมเขายังต้องสอนเด็กๆทุกวิชาทุกชั้นเรียนด้วยตัวคนเดียว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังต้องทนกับสภาพที่ไม่มีทั้งไฟฟ้าน้ำประปา หนำซ้ำต้องผจญกับความเหงาที่ไม่สามารถติดต่อใครได้เพราะที่โรงเรียนนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

สิ่งเดียวที่พอจะช่วยให้สองคลายเหงาได้คือไดอารี่เล่มหนึ่งที่ถูกลืมทิ้งไว้ของ “แอน” (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) ครูคนเก่าที่เพิ่งย้ายออกไป แอนเขียนตัดพ้อถึงชีวิตของเธอและครูทุกคนที่มาสอนที่นี่ว่านอกจากจะลำบากแล้วยังต้องเลิกกับแฟนทุกราย ถึงขนาดตั้งฉายาให้โรงเรียนนี้ว่า “ถ.ท.ว. ถูกทิ้งวิทยา”

สองอ่านเรื่องของแอนผ่านสมุดเล่มนี้เสมือนเธอเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่เข้าใจหัวอกของเขา จนกลายเป็นความผูกพันผ่านตัวหนังสือที่ยิ่งอ่านเขาก็ยิ่งเฝ้าคิดถึงตัวจริงของเธอ แต่แม้สองจะอยากเจอแอนแค่ไหน เขาก็ไม่รู้ว่าจะไปพบเธอได้อย่างไร...

จีทีเอช เป็นค่ายหนังรักที่ดีที่สุดในประเทศนี้มาโดยตลอดหลายสิบปี เชื่อว่าทุกท่านคงไม่แย้งผม สำหรับเรื่องนี้ก็เช่นกัน

 


พี่ชาย My Bromance

 

กอล์ฟ (ฟลุค ธีรภัทร โลหนันทน์) เด็กหนุ่มนิสัยก้าวร้าว ไม่เคยได้รับความรักจากพ่อและแม่ เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว วันหนึ่งได้พบกับ แบงค์ (ฟลุ๊ค พงศธร ศรีปินตา) เด็กหนุ่มที่อายุอ่อนกว่าเพียงสี่เดือนเข้­ามาเป็นสมาชิคใหม่ภายในบ้านโดยที่ไม่คาดคิ­ดมาก่อน จากคนที่ไม่เคยเป็น พี่ และไม่ต้องการจะมี น้อง ต้องยอมรับการมีสมาชิกใหม่ในบ้านทั้งสองต้­องเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน เอาชนะกำแพงในจิตใจและอุปสรรคจากสิ่งรอบตั­ว เพื่อรู้จักความรักที่แท้จริงและบริสุทธิ์­ของคำว่า พี่ชาย และ น้องชาย ที่มอบให้กันจนสุดท้ายแล้วความรักนั้นกลาย­เป็นรักที่ยิ่งใหญ่ คงอยู่ในความทรงจำของทั้งสองตลอดกาล

จากกลุ่มคนทำหนังสั้นกลุ่มเล็ก ๆ ในเชียงใหม่ บัดนี้ วายุฟิลม์  นำโดย ณิชภูมิ ชัยอนันต์ ที่บัดนี้มีคำนำหน้าว่าผู้กำกับเต็มตัวแล้ว หลายปีก่อนผมเคยสัมภาษณ์เขาในฐานะกลุ่มคนทำหนังสั้นที่น่าจับตามองที่สุดกลุ่มหนึ่ง ตอนนี้กลุ่มวายุฟิลม์มาไกลจากจุดที่ผมเคยพบมากแล้ว


ห้องหุ่น

ชายหนุ่มชื่อนพ (อนันดา เอฟเวอริ่งแฮม) ที่สูญเสียน้องสาวที่เขารักมากอย่างกะทันหัน หลังจากมีช่างปั้นหุ่นขี้ผึ้งมาปั้นรูปเหมือนของเธอจนเสร็จสิ้น นพสังหรณ์ใจว่าการตายของน้องสาวน่าจะเกี่ยวข้องกับหุ่นขี้ผึ้ง จึงออกสืบและพบกับพลอย (รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล) ซึ่งสูญเสียพ่อไปด้วยสาเหตุเดียวกัน ทั้งคู่จึงไปที่บ้านของช่างปั้นหุ่นเพื่อหาคำตอบ

ในอดีตอันไกลโพ้นเชื่อว่าหลายท่าน คงเคยดูละครมหาหลอน เรื่องห้องหุ่นนี้กันมาแล้ว ตอนนี้มีการนำมาผลิตใหม่โดยจะประยุกต์ให้เหมาะสมกับตลาดขณะนี้ เชื่อว่าคงสร้างความหลอนให้ผู้เสพภาพยนตร์หน้าใหม่และหน้าเก่าได้มากทีเดียว กลางปีนี้ครับ

นอกเหนือจากนี้ผมยังไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรเข้าตาอีก กลัวเหลือเกินว่าจะเป็นหนังที่พบมากดาษดื่น ที่วิ่งวนเหมือนใบไม้ร่วงแล้วตกหมุนในร่องธารภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศ

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

-         ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 5 ยุทธหัตถี (หนังภาคต่อของท่านมุ้ย ซึ่งผมยังรอคอย เพชรพระอุมาจากท่านเสมอ)

-         ขุนพันธ์ (นำแสดงโดย อนันดา/ น้อยวงพรู/ จากผู้กำกับก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับยอดเยี่ยม เรื่อง เฉือน)

-         แผลเก่า (กำกับโดยหม่อมน้อย ตัวจริงหนังละเมียดแห่งเมืองไทย)

-         สยองสองบรรทัด (หนังซอมบี้ไทยที่น่าสนใจมากอีกเรื่อง แต่ยังไม่มีกำหนดฉาย)

หนังเหมือนเสี้ยวหนึ่งในชีวิต ชีวิตเหมือนเสี้ยวหนึ่งในหนัง

By Anusak F.


Web Analytics