สัมภาษณ์พ่อและแม่แห่งบ้านเด็กดี BanDekDee

on 2014-12-06 06:07:18

 วันนี้ผมมีนัดสัมภาษณ์กับพี่สองท่าน โดยทั้งสองเป็นพี่ที่ทำงานเพื่อสังคม และเป็นงานสังคมเพื่อเด็กกำพร้า 


ที่ทำการของพวกเขาคือ บ้านเด็กดี บ้านเด็กกำพร้าที่ตั้งอยู่ในอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยการสัมภาษณ์ครั้งนี้เพื่อที่จะนำไปสู่การระดมทุนให้เด็ก ๆ ที่บ้านกำพร้าแห่งนี้ พวกเราทราบมาว่าบ้านหลังนี้ยังขาดแคลนโอกาสและการสนับสนุน และมีปัญหาบางอย่างกำลังลุกลามขึ้นทีละนิด แต่ไม่ใช่ปัญหาตัวน้อย ๆ เหมือนน้อง ๆ ที่อาศัยอยู่ ผมยังไม่ทราบแน่ชัดว่าปัญหานั้นมีอะไรบ้าง แต่แน่นอนว่าผมและคุณจะทราบจากบทสัมภาษณ์วันนี้แน่นอน

เมื่อผมขับรถมาถึงพี่ทั้งสองท่านที่ดูแลบ้านหลังนี้อยู่พร้อมด้วยเด็ก ๆ กำลังเล่นกีตาร์และร้องเพลงกันอยู่ ผมมาขัดจังหวะพวกเขา...


ที่จริงผมอยากจะให้พวกเขาเล่นกันให้เสร็จก่อน แต่ก็ไม่ทันแล้วเด็ก ๆ วิ่งมาหาผมที่รถแล้ว 


อันที่จริงต้องบอกว่าเด็ก ๆ คิดว่าผมคือผู้ที่จะมาเลี้ยงอาหารกลางวันในวันนี้ แต่ผมจำเป็นต้องสารภาพว่าไม่ใช่ ซึ่งเด็ก ๆ ดูจะไม่ถือสาอะไรผม (แน่นอนผมมีขนมติดมือไปด้วยวันนี้)


หลังจากที่กล่าวทักทายกันหมดเรียบร้อย ผมจัดเตรียมข้าวของเล็กน้อยก่อนเริ่มสัมภาษณ์

อธิบายให้ทุกท่านเห็นภาพว่าสถานที่นี้มีลักษณะอย่างไรก่อนจะเข้าสู่บทสัมภาษณ์จะดีกว่า บ้านเด็กดีนี้ประกอบด้วยอาคารเล็ก ๆ ไม่กี่หลัง หลายห้องถูกต่อเติมขึ้นเพื่อใช้งาน

ห้องนอนก็แบ่งเป็นชายหญิง(เพดานห้องนอนหญิงจะต่ำมาก คนที่นอนเตียงชั้นบนจะหัวโขกเพดานประจำ

ซึ่งการต่อเติมทั้งหมดนั้นก็มาจากฝีมือของพี่ที่ดูแลที่นี่เองนี่แหละ ไม่ใช่วิศวกรใหญ่จากที่ไหน แน่นอนว่าด้วยงบที่จำกัดด้วย 
ด้านหน้าและหลังบ้านมีพื้นที่เล็ก ๆ สำหรับจอดรถหรือเก็บของและเพาะปลูกอะไรได้นิดหน่อย มีโรงเพาะเห็ดด้านหลังหนึ่งที่ต่อเติมขึ้นง่าย ๆ ตามความจำเป็น มีเครื่องเล่นสำหรับเด็ก ๆ สองชิ้นตั้งสู้แดดอยู่หน้าบ้าน เชื่อมติดกับส่วนของโรงอาหารกลาง มีห้องที่ทำกิจกรรมเล็ก ๆ อีกสองห้อง
ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนเล็ก ๆ ไม่กี่ครัวเรือน โอบล้อมด้วยทุ่งนาและบรรยากาศนอกตัวเมืองเชียงใหม่ อาณาจักรกะทัดรัดที่เด็ก ๆ ร่วมยี่สิบชีวิตที่นี่อยู่และเติบโต
ถึงเวลาเข้าบทสัมภาษณ์แล้วครับ

มีพี่สองท่าน สองสามีภรรยา แต่เป็นพ่อแม่ของลูกจำนวนสิบเก้าชีวิตกำลังรอให้ผมสัมภาษณ์

 

Q: ก่อนอื่นขอให้พี่ทั้งสองช่วยแนะนำตนเองหน่อยครับ

ช: ผมชื่อมานพ จ้าวเจริญ จริง ๆ แล้วคือว่าผมเคยอยู่บ้านเด็กกำพร้าแบบนี้มาก่อน พอโตมาเราเลยคิดว่าอยากแบ่งปันโอกาสนี้ให้กับเด็ก ๆ ที่ไม่มีโอกาส ที่ผ่านก็คุยกับแฟนว่า เรามัวแต่ยุ่งกับงานส่วนตัวอยู่ จนลืมคิดถึงตรงนี้ไป จนมาคุยกันว่าเรามาเปิดตรงนี้ดีกว่าถึงแม้ว่าเรายังไม่มีใครที่มาช่วยเหลือ ยังไงก็ทำไปก่อนละกัน(ยิ้ม)

ญ: ชื่อทิวาพร จ้าวเจริญนะค่ะ ก็เคยคุยกันไว้นานแล้วว่าเราอยากจะให้โอกาสกับเด็กกำพร้าแต่ก็คือ ไม่มีโอกาสทำซักที ทำงานตัวเองหลายอย่าง ล่าสุดที่เราทำก็เป็นเกี่ยวกับผ้า ฝ้าย สินค้าโอท๊อปค่ะ แต่พอหลังจากที่เรามาเปิดบ้านเด็กดีขึ้นมาเรามาดูแลเด็กๆ เวลาทั้งหมดเราก็ทุ่มเทให้เด็กๆ เราก็เลยปิดกิจกรรม ตรงนั้นไปละก็ อุปกรณืที่เราเคยเย็บผ้า เราก็ขายไปหมดทุกอย่างค่ะ ละก็มาดูแลน้องๆ เต็มเวลาค่ะ

Q: เล่าถึงที่มาหน่อยครับ ทำไมมาสร้างบ้านเด็กดีได้

ช: ที่มาที่ไปคือผมเคยได้รับโอกาสนี้จากคนอื่น เราก็มีภาระใจตรงนี้ตลอด เอ่อ เราอยากแบ่งปันโอกาสนี้ให้กับเด็กที่เขาไม่มีโอกาสบ้าง นี่คือแรงบันดาลใจเรา

ญ: เมื่อก่อนนี้เราก็มาจากครอบครัวที่สมบูรณ์นะ เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่เนี้ย มีลูกเยอะ ตั้ง 12 คน(หัวเราะทั้งวง)  คือมาจากครอบครัวที่แบบค่อนข้างจะยากจน เพราะว่าคุณพ่อ คุณแม่มีลูกเยอะ  ตัวเองเนี่ยเป็นคนที่อยู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน  พอเราเรียนจบตรงนั้นปุ๊บเนี้ย เราก็มาต่อ ปวช ที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ละความเป็นอยู่ก็ค่อนข้างจะลำบาก เพราะว่า หนึ่งละ พ่อแม่มีลูกเยอะ ละเราก็ตรงเรียนด้วย ทำงานไปด้วย มันเป้นอะไรที่เรารู้เลยว่า เหนื่อยละเราขาดโอกาส ละก็การที่จบแค่ปวส คือเราไม่สารถที่ไปต่อได้ละ เพนสะคุณพอคุณแม่ก็แก่ละ ไม่สามารถที่จะส่งเสียได้ เราก็เลยคิดว่าวันนี้ เนี้ย เรามายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้เนี้ย เราก็เลยจะให้โอกาสกับน้องๆ ที่เขาขาดซึ่งโอกาส

 

Q: บ้านเด็กดีมีสมาชิกทั้งหมดกี่คนครับ

ช: ตอนนี้ มีเด็ก อยู่ 19 คน อายุตั้งแต่  5 ขวบ ถึง 11 ขวบ คือเด็กมาจากแต่ละที่ ที่แตกต่างกันไป  จากแต่ละหมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นเด็กจากทางภาคเหนือทั้งหมด เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน  ตาก น่าน พะเยา ทั้งหมดเป็นชาวเขา เป็นเผ่าม้งทั้งหมดเลย

Q: ที่นี่จะดูแลเด็ก ๆ ถึงแค่ไหนครับ คือผมอยากจะทราบว่า บ้านเด็กดี วางอนาคตของเด็ก ๆ ไว้อย่างไร

ช: ความตั้งใจจริง ๆ ของผมเนี่ยตั้งใจจะดูแลเขาถึงโต เรียนจบมีงานทำ แต่เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง เพราะว่าทุกวันนี้ก็ไม่ได้มีองค์กรที่ไหนมาสนับสนุนครับ เราบอกต่อเพื่อน ๆ แล้วเพื่อน ๆ บอกต่อกันเอง มาช่วยเหลือกันยังงี้ละครับ แต่ความตั้งใจ ของเราคือเรียนจบ มีงานทำ แล้วเขาก็ไปต่อได้เองอะไรเอง ถ้าเขาอยากกลับมาช่วยเหลือน้อง ๆ ก็แล้วแต่เขา

Q: ค่าใช้จ่ายของที่นี่เป็นอย่างไรบ้างครับ

ญ: รายจ่ายก็ค่อนข้างจะสูงเหมือนกันนะค่ะ อยู่ที่ประมาณ 4 - 5 หมื่นบาทต่อเดือน  จริง ๆ มันเป็นแค่ตัวเลขที่เราคำนวณไว้ แต่ว่าในแต่ละเดือนเราไม่ได้รับซับพอร์ท ที่เต็มจำนวนตามตัวยอดนี้เลยค่ะ  คือความเป็นอยู่ที่เราสามารถอยู่ได้ในแต่ละเดือนคือเป็นลักษณะที่แขกเขาเข้ามาเยี่ยมละเขามาช่วยเหลือ อย่างเช่นก่อนที่แขกจะเข้ามาเยี่ยมเราเขาจะโทรถามก่อนว่า เราต้องการอะไรเป็นพิเศษไหม แล้วในแต่ละเดือนแต่ละวันเราจะคอยเช็คว่า ตอนนี้ข้าวสารใกล้จะหมดละนะ น้ำมันจะหมดละนะ เราก็จะทำเป็นรายการไว้ เวลาแขกแต่ละคนก่อนที่จะเข้ามาเขาโทรถาม พวกนี้เราก็จะแจ้งให้  บางท่านถ้าเขาสะดวกเขาก็ซื้อเขามาเลย แต่ถ้าบางท่านไม่สะดวก เขาก็จะให้ลักษณะเป็นเงินเขามาเป็นเงินไปซื้อเอง

ผม: (ก่อนที่ผมจะเข้ามาวันนี้มีแขกท่านจะมาเยี่ยม และเลี้ยงอาหารกลางวันน้อง ๆ แต่บังเอิญท่านติดธุระด่วนที่เข้ามาจึงต้องยกเลิกไป เด็ก ๆ รีบวิ่งมาที่รถตอนผมมาถึง แต่ปรากฏว่าเป็นผมแทน - -* แต่น้อง ๆ ก็ต้อนรับแจ่มใสดี เด็กน่ะครับ อย่างไรก็ดีผมเชื่อว่าแขกท่านนั้นจะกลับมาสร้างรอยยิ้มให้เด็ก ๆ ในสักวัน)

Q: ผมเข้าใจว่าเด็ก ๆ ขาดอะไรอีกหลายอย่างที่ควรจะได้รับ แต่บ้านเด็กดีตอนนี้ ขาดอะไรบ้างครับ

ญ: เรื่องหลัก ๆ คงเป็นเรื่องอาหารการกินของน้อง ๆ ค่ะ เพราะว่ายังเรื่องของค่าเทอม อะไรยังไงก็คือปีละครั้ง ก็พอจะผ่านไปได้ 

ช: ค่าใช่จ่ายประจำเดือน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารจะเป็นหลัก ๆ เลย  ค่าน้ำมันรับส่งเด็กทุกวันยังงี้ ก็คือก็ต้องส่งเด็กไปโรงเรียน เช้าไปส่ง เย็นกลับไปรับ ยังนี้ ทุกวัน

Q: มีกิจกรรมการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ ยังไงบ้างครับ

ช:กิจกรรมการเรียนรู้ เราก็สอยเหมือนลูกเราทุกอย่างเนาะ  ถามว่าอะไรเป็นกิจจะลักษณะไหม เราก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นอะไรนะ คือเราสอนเขาเหมือนลูกเราทุกอย่าง  คือเราจะสอนการใช้ชีวิต  การทำงาน การช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง  เราจะสอนเขาเหมือนลูกเราเลย 

ผม:ต้องบอกอย่างนี้นะครับ ว่ามีลูกของพี่ทั้งสองคนอยู่ในนี้ด้วยสองคน เป็นชายและหญิง เลี้ยงร่วมกันกับลูก ๆ ทุกคน

ญ: ตอนนี้กำลังมีโครงการที่จะทำคือ  สอนภาษาอังกฤษ ให้กับน้อง ๆ ค่ะ ละจะ มี สอนดนตรีเพิ่ม  พึ่งจะทำมาได้ซักเดือนครึ่งนี้ค่ะ

ช: สอนดนตรีกันเองครับ เราก็เล่นดนตรีเป็น บ้างนิดหน่อย พวกกีตง กีต้าร์  ก็จะสอนน้องเขา  สอนพื้นฐาน

ผม: ผมเชื่อว่าท่านใดมีความสามารถอะไรก็มาร่วมช่วยเหลือได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องมาบริจาคเสมอไป ใช้ความสามารถช่วยเหลือเด็ก ๆ ก็ได้เช่นกัน โดยเฉพาะงานวิชาชีพ หรือกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ มาเล่านิทานก็ได้ สอนวาดรูปก็ได้ เยอะครับ ขอแค่คุณพร้อมจะทำ หรืออย่างการช่วยแชร์บทความนี้ก็ช่วยเหลือด้านการกระจายข่าวได้แล้วครับ

Q: สำหรับตัวน้อง ๆ เองมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้างไหมครับ

ช: ปัญหาส่วนใหญ่ คือปัญหาสุขภาพนะ  ก็คือเขามาด้วยความไม่พร้อมหลายด้านเนาะ ทั้งด้านครอบครัว  และหลาย ๆ อย่าง สุขภาพร่างกายเขา อาจะไม่เหมือนคนอื่น ซะทีเดียว  วัคซีนเขาก็ไม่ได้ครบเหมือนคนอื่น เขามาทีนี้ปั้บ เราก็มา สตาร์ทเขาใหม่ตั้งแต่เข็มแรกเลย  งั้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องสุขภาพ แต่ว่าเรื่องการเข้ากันได้ของเด็ก  เป็นเพื่อนด้วยกัน อยู่กับครอบครัวด้วยกัน ไม่มีปัญหาเลยครับ

ญ: ปัญหาของเด็ก ๆ  ตอนเปิดบ้านใหม่ ๆ ก็เป็นเรื่องของจิตใจ เพราะว่าน้องเขามาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์  บางคนก็ถูกทำร้ายมาบ้าง แต่พอมาอยู่ที่นี้คือเราจะให้ความรักกับเขาเต็มที่ก่อน  เผื่อมันจะช่วยเยี่ยวยาจิตใจเขาปัจจุบัน สภาพจิตใจของเขาก็ดีขึ้นหน่อย

Q : ผมดูแล้วพื้นที่ค่อนข้างจำกัด มีปัญหาอะไรด้านนี้ไหมครับ

ปัญหาหลักเลยคือที่อยู่อาศัยครับ คือต้องเล่านิดนึงอย่างนี้ก่อนว่า คือบ้านหลังปัจจุบัน ที่เราอยู่เนี่ยเป็นบ้านของพี่ชาย ซึ่งเขาไม่อยู่ พอเขาไม่อยู่ผมเลยขออนุญาตเขามาต่อเติม แล้วเอาเด็กมาอยู่ด้วย แต่บ้านหลังนี้เขายังมีภาระที่ส่งผ่อนแบงค์ อะไรของเขาอยู่  เขาเลยต้องประกาศขายไป ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีคนที่แวะเวียนเข้าดูอยู่บ้านแล้วเหมือนกัน แต่ว่าเราก็บอกเขาว่าช้าหน่อยนะพี่ เพราะตอนนี้เราก็ยังไม่มีที่อยู่ที่อะไร ถ้าเรามีที่ขยับขยายไปได้เนี่ย เขาค่อยขยับขยายไป  เราจะบอกเขาอย่างนั้นครับ

 

Q : เคยเห็นว่าจะจดทะเบียนเป็น สถานสงเคราะห์ด้วย

ช: คืออย่างนี้ครับ คือที่จะจดทะเบียนสถานสงเคราะห์เพราะปัจจุบันเราจดทะเบียนเป็นแค่มูลนิธิ  แต่ว่าเราจำเป็นจะต้องมีสถานสงเคราะห์ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย  ซึ่งเคยมีเจ้าหน้าที่ของหน่วยราชการเขามาเยี่ยมเราที่นี้  แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้เจอผม เขาก็ทิ้งจดหมายไว้ให้ แล้วก็ให้เราไปจดทะเบียนเป็นสถานสงเคราะห์  ผมก็เลยให้ทางทนายของมูลนิธิช่วยทำหนังสือชี้แจงไปทางจังหวัดเรียบร้อย บอกว่าเรามีวัตถุประสงค์ที่จะจัดตั้งเป็นสถานสงเคราะห์  แต่ว่าอยู่ในช่วงที่ระดมทุนหาเงิน หางบประมาณ  คือมันไม่ใฃ่เราไปแล้วก็จดได้เลย  ต้องมีสถานที่พร้อม บุคลากรที่พอเพียงด้วย  ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เรายังไม่มี เราก็เลยกำลังระดมทุนเพื่อจะหางบพวกนี้อยู่         

ญ: แบ่งเป็นสองปัญหาละกันเนาะ  ปัญหาที่เราอยู่กันเองปัญหาตัวเด็กก็คือ  หลัก ๆเลยก็คือค่าใช้จ่ายประจำวัน ประจำเดือนของตัวเด็ก ของบ้าน  ปัญหาที่สองคือเรื่องของบ้าน คือโครงการเราต้องเดินหน้า  เราจำเป็นจะต้องมีพื้นที่ของเราเอง  ที่เราสามารถทำกิจกรรมได้   ตรงนี้คือเป็นหาหลักของเรา ที่เราต้องโฟกัสอยู่ 

นั่นคือบทสนทนาที่เราได้พูดคุยกันวันนั้น

ผมคิดว่าเด็ก ๆ ในวันนี้ยังไม่มีโอกาสมากนักที่จะแบ่งปันอะไรให้ผู้อื่น 
แต่ผมอยากรู้ ผมจึงลองตั้งคำถามกับพวกเขาว่าหากมอบของขวัญอะไรก็ได้กับทุกคนบนโลก พวกเขาอยากมอบอะไรให้กับพวกเรา
อยากลองฝึกให้เขาลองแบ่งปันตั้งแต่ตอนนี้ อยากให้เมล็ดพันธุ์ชิ้นนี้โตขึ้นในตัวเขา 
เพราะเมื่อถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ เวลาที่มีใครต้องการ "การแบ่งปัน จากพวกเขาบ้าง"
ผมหวังว่าพวกเขาจะทำมัน
เพราะโลกกำลังต้องการการแบ่งปันจากพวกเราทุกคน ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม
โดยเฉพาะสำหรับเด็ก ๆ ผู้ที่ทำให้ผมเชื่อว่าคือสิ่งที่ทำให้โลกใบนี้ไม่แข็งกระด้างจนเกิน สำหรับการมีชีวิตอยู่


(ผมเกือบจะไม่ให้อภัยตัวเองที่ดันลืมถ่ายวิดีโอคลิปนี้ด้วยตนเอง คอมโพสที่คิดมาจากบ้านไม่มีประโยชน์ไปทันที ลืมเรื่องสำคัญเสียได้ ยังไม่พอยังไปเล่นกีตาร์ ฟังเด็ก ๆ ร้องเพลงตั้งนาน แต่ดันลืมถ่าย เลยต้องรบกวนพี่มานพถ่ายวิดีโอส่งมาให้ทางอินเตอร์เน็ต แต่สุดท้ายเมื่อตัดวิดีโอเสร็จผมก็ให้อภัยตนเองไปแล้ว)

เยี่ยมชมเพจ Facebook ของบ้านเด็กดีได้ที่นี่นะครับ

https://www.facebook.com/Bandekdee?fref=ts

และนี่คือแผนที่หากท่านใดสนใจจะเดินทางไปเยี่ยมน้อง ๆ

 

ปล.ขอบคุณน้องเบนซ์(น้องที่ออฟฟิศผม)ที่ช่วยแก้เทปสัมภาษณ์ให้ผมด้วย เบาเวลาผมไปเยอะทีเดียว

ขอให้ทุกคน มีความสุขในชีวิต

By. Anusak F.

 

Talmud "He who saves a single life, saves the entire world."


หมวดบทความ : ประเทศไทยผู้ชาย ประเทศไทยผู้หญิง

บทความที่ได้รับความนิยม

Like us on Facebook?