สัมภาษณ์เบน Ben's Bike Ride for BanDekDee 2014

on 2014-06-21 06:58:57

บ่ายอ่อน ๆ ที่บ้านของผมเองแถวชานเมืองเชียงใหม่ วันนี้อากาศแจ่มใสไม่ร้อนนัก ท้องฟ้าสลัวไปด้วยเมฆสีเทา ผมชักขี้เกียจจะทำอะไรแฮะ จะบอกว่าเริ่มแก่ตัวก็ยังรับไม่ได้ เอาเป็นว่าเป็นคนสันหลังยาวตั้งแต่เกิดจะดีกว่า (ผมสูง 181 cm) ระหว่างที่นั่งทำผัดผักสลัดแก้วใส่หมูสับและน้ำมันหอยแบบที่ผมชอบทำกินเองเวลาจะคุ้มน้ำหนัก จนเมื่อกินเสร็จ ผมเริ่มนึกถึงงานที่ผมยังค้างคาอยู่...

โดยครั้งนี้จะเป็นการสัมภาษณ์คุณ เบน แมนไฮร์ ลูกค้าและเจ้านายของผม(อีกคนหนึ่ง) ซึ่งเขากำลังจะมีโปรเจคปั่นจักรยานข้ามจังหวัด เพื่อหาเงินบริจาค โดยจะนำเงินนั้นไปช่วยเหลือสังคม ซึ่งเขาเคยทำมาก่อนแล้ว และผมเข้าใจว่าเขาจะทำต่อ ๆ ไป ทุกปี ซึ่งฟังดูแล้วน่าสนใจ เพราะส่วนตัวผมเองก็เป็นคนที่ชอบ(อยาก)จะทำบุญ หรือช่วยเหลือสังคมเหมือนกัน แต่มักจะหาเรื่องแก้ตัวให้ตนเองเสมอ

อีกเรื่องที่ต้องสารภาพตามตรงว่า ผมทำงานกับคุณเบน คุณเฟื่อง (ภรรยาคุณเบน) มา น่าจะ 2 ปีกว่า แต่ไม่เคยเห็นหน้าตา หรือเจอตัวจริงเลย เราติดต่อกันทางอีเมล ทราบแต่ว่าเป็นสามีภรรยาที่น่ารักทั้งคู่มีลูกตัวน้อย ๆ  ทราบบ้างว่าคุณเบนชอบปั่นจักรยาน และทั้งคู่ชอบช่วยเหลือสังคม แต่ยังมีอีกมากที่ผมยังไม่ทราบ

การสัมภาษณ์วันนี้คงทำให้ทั้งคุณผู้อ่านทุกท่านและตัวผมเองได้ทราบถึงตัวตนของชายคนนี้ รวมถึงครอบครัวที่น่ารักของเขามากขึ้นไปพร้อม ๆ กัน

1. ช่วยแนะนำตนเองอีกครั้ง

ผมชื่อเบน เป็นผู้ก่อตั้งและเจ้าของ BenManhireFashion.com และเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่ AUA แล้วก็เป็นครูอาสาที่ บ้านแม่เหียะสามัคคี ผมมาจากอังกฤษ มาอยู่ที่เชียงใหม่ได้ 9 ปีแล้ว ตั้งแต่ผมอายุ 23 ตอนนี้ผมแต่งงานกับคุณเฟื่องและมีลูกชายอายุได้ 2 ขวบชื่อ ชาร์ลี 

2. คุณเลือกที่จะอยู่ที่ไหนก็ได้ แต่ทำไมถึงมาอยู่เมืองไทย และเลือกเชียงใหม่เป็นบ้านหลังที่ 2 ของคุณ

ตอนผมเรียนจบมหาวิทยาลัยผมได้เดินทางท่องเที่ยว เอเชียตะวันออกเฉียงใต้  แล้วผมก็หลงรักประเทศไทยโดยเฉพาะเชียงใหม่ พอผมกลับอังกฤษผมก็คิดถึงประเทศไทยมาก คิดอยากที่จะกลับมาทำงาน มาอยู่ที่นี่ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมไปเอาความกล้าจากที่ไหนมา ผมรู้แค่ว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่ถูกแล้ว ผมก็เดินตามความปรารถนาของตัวเอง ผมว่าคนไทยเป็นคนสุภาพและก็สามารถสร้างสังคมได้ ผมรู้สึกปลอดภัยเสมอ ผมมีโอกาสได้เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง และผมยังได้รับรู้ถึงความรู้สึกแห่งอิสรภาพของที่นี่ รวมไปถึงอากาศก็ดี อาหารก็เยี่ยมยอด

3. คุณกำลังมีโปรเจคที่จะปั่นจักรยานเพื่อเด็ก ๆ ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อย

เดือนธันวาคมปีนี้ผมวางแผนว่าจะขี่จักรยานจากแม่ฮ่องสอนมาเชียงใหม่ ระยะทางน่าจะประมาณ 250 กิโลเมตร มีช่วงขึ้นเขาประมาณ 3,000 เมตรได้ ปีที่แล้วผมขี่จักรยานไปกลับเชียงราย ปีนี้ผมอยากทำอะไรที่แตกต่างไปบ้าง พื้นที่เป็นภูเขามากขึ้น  ปีที่แล้วผมสร้างกองทุนได้ 50,000 บาท ผมคาดว่าจะสร้างกองทุนได้มากกว่าปีที่แล้ว  เงินกองทุนที่ได้จากปีนี้จะถูกนำไปช่วยเด็กกำพร้าในด้านการศึกษา ชุดนักเรียน และการเรียนว่ายน้ำ ถ้าผมมีเงินเหลือผมอยากจะช่วยเพื่อนรัก  คู่หูขี่จักรยานของผมด้วย ปีที่แล้วเขาประสบอุบัติเหตุจากการขี่จักรยานที่เชียงราย คอหักและทำให้เป็นอัมพาตตั้งแต่หน้าอกลงไป มันสะเทือนใจมากกับการที่ผมต้องมาเห็นเพื่อนของผมสูญเสียความเป็นอิสระในการดำเนินชีวิตเช่นนี้ เขาได้ใช้จ่ายกับค่าพยาบาลรักษาไปมากกว่าล้านบาท ผมอยากช่วยเขาโดยซื้ออะไรที่ทำให้ชีวิตเขาสะดวกสบายขึ้น

4. ทำไมต้องปั่นเป็นการจักรยาน

ผมขี่จักรยานบนท้องถนนอย่างจริงจังมาเป็นเวลา 12 ปี ตอนเหนือของประเทศไทยมีบางสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการขี่จักรยานในโลก มีภูเขาแล้วก็วิว  และการขี่จักรยานก็ยังเป็นออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ทำให้คุณแข็งแรง มันเหมือนกับการทำสมาธิด้วยผมคิดว่านะ อย่างตอนที่คุณต้องขี่ขึ้นเขาคุณจะต้องมีสมาธิกับการหายใจแล้วก็พยายามขจัดความปวดล้าออกไป ปกติแล้วผมจะพักเต็มที่เลยทั้งวันหลังจากการขี่ระยะไกล ๆ

5. เห็นว่าคุณจะนำเงินไปช่วยที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าชื่อว่า บ้านเด็กดี ทำไมต้องเป็นที่นี่

ผมคิดอยากทำอะไรเพื่อสังคมมาพักหนึ่งแล้ว โดยผมเริ่มเป็นครูอาสาให้กับโรงเรียนรัฐบาลที่มีงบน้อย ๆ แล้ววันหนึ่งผมก็เจอ บ้านเด็กดี บนเฟซบุ๊ค ผมกับภรรยารวมถึงลูกของเรา ได้ไปพบกับคุณมานพ และเด็ก ๆ ที่พวกเขาเป็นผู้กำพร้าพ่อแม่ ผมมีความเชื่อมั่นในสิ่งที่คุณมานพต้องการที่จะทำ หากพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ หรือการสนับสนุนในการสงเคราะห์เด็กกำพร้าผมก็จะทำ ผมไม่สนับสนุนการช่วยเหลือบริจาคให้กับองค์กรใหญ่ ๆ เพราะมันยากที่จะรู้เห็นว่าการบริจาคเหล่านั้นเงินจะไปตกที่ไหนบ้าง คุณมานพบอกผมว่าเงินกองทุนที่ได้ไปนั้น จะสามารถนำมาซื้อของเล่น เป็นพวกที่ปีนป่ายได้อีกด้วย แล้วนั่นก็คือสิ่งที่พวกเราได้ทำ ส่วนเงินที่เหลือพวกเราก็นำไปซื้อจักรยานและโกลฟุตบอล  การขี่จักรยานเป็นอะไรที่ผมรักอยู่แล้ว ดังนั้นการขี่จักรยานเพื่อใช้มันสร้างทุน ก็เลยเป็นอะไรที่สมเหตุสมผล

6. นักธุรกิจจำเป็นต้องทำเพื่อสังคม?

มันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องออกคำสั่งหรือแนะนำว่าบรรดาธุรกิจหรือคนอื่น ๆ ควรที่จะต้องทำ แต่พวกเขาจะได้ความรู้สึกที่ดีกว่าแน่นอน ถ้าหากพวกเขาได้ทำมัน สำหรับบางคนเขาควรจะลองถามตัวเองว่าเงินจำนวนมากแค่ไหน ที่พวกเขาต้องการจริง ๆ

7. คุณเป็นคนคิดบวก?

การขี่จักรยานปีที่แล้วเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่มีความสุขในชีวิตของผม ผมคิดว่าพวกเด็ก ๆ กำพร้าทึ่งและประทับใจเมื่อเห็นผมกลับมากอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง  ผมรู้สึกดีนะที่เห็นพวกเขามาเล่นจักรยานของผม แล้วก็ถามคำถามต่างๆ มันเป็นความประทับใจของลูกชายผมด้วย เพราะลูกชายผมยังดูวีดีโอที่เราถ่ายทำขณะขี่จักรยานไว้ ผมมั่นใจว่าผมสามารถขี่จากแม่ฮ่องสอนมาถึงเชียงใหม่ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันจะต้องใช้เวลานานเท่าไร อาจจะสัก 12 ชั่วโมงเพราะมันเป็นภูเขา ที่แน่ ๆ ขาผมจะต้องล้า

8. เราจะทำยังไงให้โลกดีขึ้น

สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ ชีวิตคนเราต้องมีความสมดุลในการทำงาน ครอบครัว และกิจกรรม ทุกคนทำผิดและสิ่งที่ไม่ดี เพราะฉะนั้นการทำสิ่งที่ดีจึงเป็นการสร้างสมดุลให้กับชีวิตด้วย ผมมีความเชื่อในเรื่องของกรรมอย่างมาก คานธี กล่าวไว้ว่า “คุณต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่คุณคาดหวังให้โลกเปลี่ยนไป” แต่ทุกวันนี้ผู้คนกลัวเกินไป ขี้เกียจ หรือกังวลว่าคนอื่น ๆ จะคิดทำอะไร อะไรคือสิ่งที่ถูก

9. ความคาดหวังในชีวิต

มีความสุขแล้วก็ทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างมีความสุข

10. ฝากถึงคนที่อยากจะทำเพื่อสังคม แต่ยังไม่ได้ทำหน่อย

คิดถึงสิ่งที่จะทำ แล้วก็ตกลงตั้งใจกับตัวเองว่าจะทำ ไม่ต้องกลัวแค่ทำมันก็พอ อย่ากลัวที่จะต้องรับผิดชอบ  ถ้ามันเป็นสิ่งที่ดี คนอื่น ๆ ก็จะสนับสนุนคุณเอง การทำสิ่งดี ๆ จะมีคนสนับสนุนจนคุณเองแปลกใจ

11. มีใครบ้างที่ช่วยคุณให้เกิดสิ่งดี ๆ เหล่านี้ขึ้น

ผมได้รับการสนับสนุนที่ดีจากครอบครัวที่ไทยและที่อังกฤษรวมถึงเพื่อนร่วมงานของผมด้วย  แม่ผมสร้างกองทุนที่อังกฤษ เรารวบรวมกองทุนได้ 50,000 บาท ภายในไม่กี่เดือน  ซึ่งปีนี้ร้านจักยาน แจ๊คกี้ ที่นิมมานเหมินทร์จะสนับสนุนผมด้วยการให้ส่วนลดพิเศษสำหรับอุปกรณ์จักรยาน แล้วผมก็มีช่างภาพฝีมือเยี่ยม คุณเอฟ และคุณหน่อย(แฟนของเขา) ที่ช่วยคอยบันทึกภาพและวีดีโอขณะขี่จักรยาน ภรรยาและลูกของผมทั้งคู่ก็จะอยู่กับผมในฐานะกำลังใจ

12. ในฐานะของคนทั่วไป จะช่วยหรือสนับสนุนคุณได้ยังไงบ้าง

ถ้าคุณต้องการสนับสนุนการขี่จักรยานเพื่อบ้านเด็กดีของผม คุณสามารถโอนเงินผ่าน  PayPal โดยใช้บัตรเครดิตได้ หรือถ้าคุณอาศัยอยู่ในเชียงใหม่เรามีกล่องรับบริจาคที่ห้องสมุด AUA (แถวถนนคนเดินท่าแพ) สิ่งที่จะทำให้ผมมีความสุขมากที่สุดคือสามารถชักจูงให้คนได้ทำในสิ่งดี ๆ เช่นนี้

13. โปรเจคต่อไปของคุณ

ถ้าการขี่จักรยานครั้งนี้เป็นไปด้วยดีผมวางแผนถึงการขี่จักรยาน 24 ชั่วโมงปีหน้า เป้าหมายสูงสุดของผมคือขี่ทั่วประเทศไทย แล้วก็อาจจะทั่วโลก ผมมีแรงจูงใจอย่างมากกับภรรยาของผม ผมเพิ่งเข้าร่วมกับ Strava หากคุณต้องการฝึกการขี่จักรยานหรือดูเหตุการณ์เมื่อสิ้นสุดก็เข้ามาเป็นเพื่อนผมได้

ผมเชื่อว่าการกระทำใด ๆ ก็ตามที่ยิ่งใหญ่ โดยมากมักจะต้องมีผู้ช่วยเหลือให้กำลังใจเสมอ โดยเฉพาะเรื่องที่ดี ซึ่งในครั้งนี้มีผู้ช่วยเบนในเรื่องของอุปกรณ์จักรยาน คือร้าน แจ็คกี้ ไบท์ พิกัดคือ 12/7 ซอย 13 ถ.นิมมานทร์ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทร 053 225 278

หรือที่ https://www.facebook.com/pages/Jackybike/520389571379711?fref=ts

ร้านที่ขายอุปกรณ์จักรยานสำหรับนักปั่นที่นิยมชมวิวและออกกำลัง ตั้งแต่อุปกรณ์ เครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นกลุ่มของนักปั่นที่น่ารักและเป็นมิตรกับทุกคน ลองไปเยี่ยมชมกันนะครับ (ฝาก Like ด้วยนะครับ)

สำหรับบ้านเด็กดี ท่านอาจจะอยากทราบข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งมีดังนี้ครับ

บ้านเด็กกำพร้าเด็กดี ดำเนินการภายใต้มูลนิธิบ้านเด็กดี ที่ให้ความช่วยเหลือแก่ เด็กกำพร้าชาติพันธุ์ในเขตจังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย ที่อาจสุ่มเสี่ยงหรือตกเป็นเหยื่อของปัญหายาเสพติด ปัญหาการค้ามนุษย์ และปัญหาการใช้แรงงานเด็ก

“ บ้านเด็กดี ” ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2555 จากแรงบันดาลใจของ คุณมานพ จ้าวเจริญ ซึ่งเมื่อครั้งเยาว์วัยได้เติบโตจากสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าและด้อยโอกาส ทำให้ตนเองมีความใฝ่ฝันที่จะหยิบยื่นโอกาสให้กับเด็กที่ยังขาดคนดูแลเอาใจใส่ เพื่อให้เด็กๆได้รับการปกป้องดูแลในเรื่องสุขภาพอนามัย ชีวิตความเป็นอยู่ มีพัฒนาการที่เหมาะสม ขัดเกลาด้านจริยธรรม ศีลธรรม และได้รับโอกาสทางการศึกษาเพื่อให้เด็ก ๆ เหล่านี้เติบโตขึ้นมา สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ และไม่เป็นภาระของสังคม      

ปัจจุบัน “บ้านเด็กดี” มีเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสอยู่ในความอุปการะทั้งหมด 21 คน โดยเป็นเด็กผู้ชาย 11 คน และเด็กผู้หญิง 10 คน ซึ่งมาจากครอบครัวที่แตกแยกพ่อแม่เสียชีวิตยากจนขาดคนดูแล ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา ตาก และ แม่ฮ่องสอน

และนี่คือเฟซบุ๊คของบ้านเด็กดีครับ

https://www.facebook.com/Bandekdee/timeline

http://bandekdee.org/

 

ผมคิดโปรเจคค้างไว้กับรุ่นพี่คนหนึ่งที่เป็นครูสอนในโรงเรียนรัฐบาล ว่าผมจะไปสอนวิชาความสามารถเกี่ยวกับการถ่ายวิดีโอ ตัดต่อ ทำกราฟฟิค หรือการเขียนบทที่ผมมีเป็นสกิลติดตัวให้กับเด็ก ๆ เราไม่ทราบว่าอนาคตเด็กแต่ละคนจะเรียนถึงแค่ไหน แต่ถ้ามีความรู้ด้านนี้ติดตัว พวกเขาจะมีโอกาสมากขึ้นในสังคม ซึ่งผมติดค้างการเขียนแบบการเรียนการสอนมานานมาก เลยไม่ได้ไปสักที ความรู้นี้ผมเองเคยใช้มันไปจนถึงระดับสูงของสายงาน ทำให้ตนเองมีเงินและสิ่งของที่ผมต้องการ แต่เมื่อเวลาผ่านไป วันหนึ่งผมก็คิดได้ว่า ผมไม่เคยใช้มันเพื่อสังคมเลย มองไปรอบ ๆ ผมไม่เห็นอะไรเลยที่จำเป็นต่อสังคม มีแต่สิ่งของที่มันพร้อมจะพังไปเมื่อผ่าน Gen ของผม ผมลาออก  ลาจากเมืองหลวงกลับมาเชียงใหม่ ใช้ชีวิตแบบที่ตนเองต้องการ เริ่มที่จะให้การช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือเด็ก ๆ ซึ่งทำให้รู้ว่าจริง ๆ แล้วสิ่งมีชีวิตที่เป็นเด็กนั้น น่ารักและไร้เดียงสามาก ผมรู้สึกว่าถ้าโลกใบนี้ไม่มีเด็ก ๆ ก็คงจะแข็งกระด้างที่สุด และไม่น่าอยู่เลย ซึ่งเราจะทำยังไงให้เด็ก ๆ อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

คำตอบของผม

ผมคิดว่าเราต้องช่วยกันทำให้สังคมมีความสุขก่อนนะ...

ปล. หากท่านต้องการบริจาคให้เด็ก ๆ นอกจากทาง Pay Pal แล้ว ยังมีที่ห้องสมุด เอ.ยู.เอ เชียงใหม่ 24 ถ.ราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200

โทร : 053-211-973, 214-120 Fax : 053-211-973

Anusak F.

เบนขี่จักรยานสร้างทุนช่วยเหลือบ้านเด็กกำพร้า “บ้านเด็กดี” Bike Ride 2013


หมวดบทความ : กีฬาผู้ชาย

บทความที่ได้รับความนิยม

Like us on Facebook?