รถมอเตอร์ไซด์ในแบบเจ๋ง ๆ Cool Motorbikes

on 2013-09-29 05:10:56

รถมอเตอร์ไซด์เป็นยานพาหนะที่ถือกำเนิดขึ้นในโลกใบนี้มาได้เพียงร้อยกว่าปีเท่านั้น แต่นวัตกรรมและคุณค่าของมันจะถูกพัฒนาและจารึกไว้อีกนานแสนนาน มันไม่ใช่แค่โลหะสองล้อที่หุ้มเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน แต่มันยังสามารถเป็นสิ่งที่เจ้าของจะรัก ผูกพัน เทิดทูน และทะนุถนอมมัน (รุ่นพี่ผมบางคนบอกว่าเขารักมอเตอร์ไซด์ของเขาพอ ๆ กับเมียที่บ้าน แน่นอนเขาบอกผมว่าอย่าให้เมียเขาได้ยินนะ ไม่งั้นเขาตาย!) ไม่ใช่ว่ารักมันเพราะเรื่องของราคาที่บางคันแพงพอจะซื้อบ้านได้เป็นหลัง แต่มันยังสื่อถึงรสนิยมและความนึกคิดของคน ๆ นั้นด้วยว่าเขาเป็นคนอย่างไร

หลายคนมีความชื่นชอบในรถมอเตอร์ไซด์และกำลังนึกฝันที่จะมีไว้สักคัน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน ยี่ห้ออะไรก็ตามแต่จะชื่นชอบครับ แต่วันนี้ผมจะขอแนะนำรถมอเตอร์ไซด์ที่ถือว่าเจ๋งและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ทั้งเรื่องของความสวยงามที่มาเป็นอันดับหนึ่ง เตะตาต้องใจทุกคนที่พบเห็น ยังรวมไปถึงรายละเอียดต่าง ๆ อีกด้วยครับแต่ผมจะไม่ขอลงรายละเอียดของระบบตัวเครื่องหรือเจาะลึกเรื่องระบบจ่ายน้ำมันว่าเป็นอย่างไร พวกเราไม่ใช่ช่างสักหน่อย ผมจะขออนุญาตเลี่ยงการพูดคุยในเรื่องข้อมูลทางเทคนิค แม้ว่าอาจจะต้องมีการให้ข้อมูลบ้างกันเบื่อ แต่ข้อมูลเหล่านั้นคุณจะหาเมื่อไหร่ก็ได้ครับ ซึ่งจำเป็นมากก่อนการตัดสินใจซื้อ เอาเป็นว่าเรามาดูรถเจ๋ง ๆ กันเลยดีกว่าครับเอาให้อิ่มใจอิ่มตาไปเลย โดยจะเริ่มกันที่

Triumph Bonneville T100  ม้าเร็วจากเมืองอังกฤษ

ในปี 2013 ไทรอัมพ์ ส่งเจ้า Bonneville T100 (บอนเนวิลล์ ที 100) ที่มาพร้อมกับศักยภาพร้อยกว่าแรงม้า ในรูปทรงที่ยังคงความคลาสสิคเอาไว้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ยังพัฒนาปรับลุคให้ดูมีความ Sport มากขึ้นอีกด้วย รวมไปถึงการออกแบบเรื่องหน้าปัดหรือระบบอินเตอร์เฟซต่าง ๆ นั้นค่อนข้างจะหรูหราตามสไตล์ผู้ดีอังกฤษ เรื่องอัตตาการเร่งความเร็วนี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะมันมีแรงบิดสูงถึง 68 นิวตั้นเมตร ต่อ 5800 รอบ/นาที แรงขับสุดท้ายอยู่ที่ 50 กิโลวัตต์ ต่อ 7500 รอบ/นาที มีทั้งสิ้น 865 ซีซี เรียกได้ว่าหล่อก็ได้ ไวก็เป็นกันเลยทีเดียวครับ เหมาะมากสำหรับผู้นิยมความเป็นคลาสสิคแต่ไม่อยากมีปัญหาเรื่องการซ่อมอันเป็นปัญหาหลักเหมือนรถคลาสสิคที่เลิกผลิตมานานแล้ว ราคาอยู่ที่ริม ๆ เลข 7 หลัก สามารถตรวจสอบราคาได้ที่เว็ปหลักของตัวแทนจำหน่ายได้เลย หรือศูนย์ไทนอัมพ์ทุกสาขาครับ

Ducati Diavel Dark  แต่งเสร็จมาจากโรงงานอิตาลี

แบรนด์ Ducati (ดูคาติ) นับว่ามีสัญลักษณ์สำคัญที่ขึ้นชื่อคือเรื่องของความแรง ยิ่งสำหรับรุ่น Ducati Diavel Dark (ดูคาติ แดเวล ดาร์ค) ยิ่งมีการปรับลุคดีไซน์ใหม่ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น แต่ยังคงความดุดันและแข็งแกร่งไว้เช่นเดิม ขนาดของซีซีคือ 1,198 CC เครื่องยิ่งเร่งก็ยิ่งร้อน มันจึงมีระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่ชื่อว่า Desmodromic สำหรับอัตราส่วนการอัดอยู่ที่ 11.5 : 1 แรงบิตอยู่ที่ 127.5 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบต่อนาที(ความเร็วขนาดนี้ถือว่าแทบจะบินกันเลยทีเดียว) ส่วนระบบหัวฉีดใช้ Mitsubishi electronic fuel injection system ซึ่งรถหลายๆ รุ่นของดูคาติก็ใช้งานระบบนี้ ระบบไฟ LED ที่เอื้อต่อการขับขี่ในเวลากลางคืนได้อย่างปลอดภัย ราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ล้านต้น ๆ  เท่านั้นเองครับ (เองงง...หรอ!)

Harley Davidson Night Rod Special กระชากราตรี

ถ้ามีการพูดคุยถึงรถมอเตอร์ไซด์จนไปถึงบิ๊กไบค์ หากไม่กล่าวถึงชื่อของ Harley Davidson ก็คงจะไม่ได้ เพราะแบรนด์เท่ ๆ ยอดนิยมจากฝั่งอเมริกา โดยเฉพาะเจ้า Harley Davidson Night Rod Special (ฮาเล่ย์ เดวิสัน ไนท์ล๊อต สเปเชี่ยล) นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการขับเคลื่อนแนวช็อปเปอร์ของฮาเล่ย์ เดวิดสันเลยทีเดียว

 เจ้าไนต์ร็อดเป็นรุ่นหนึ่งในตระกูล V-ROD ที่เป็นผลผลิตของการพัฒนาจาก HARLEY DAVIDSON อย่างเต็มรูปแบบ มันมาพร้อมกับขุมกำลังขนาดใหญ่ ด้วยความจุเครื่องยนต์ขนาด 1,247 ซีซี พลังขับเคลื่อนมหาศาลและเสียงไพเราะจากท่อส่งอันมาจากการจุดระเบิดพร้อมกันทั้งสองส่วนในห้องเครื่อง อันเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างของรถช๊อปเปอร์ นอกจากนี้เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยของเหลว(รถรุ่นใหม่นิยมใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแทนการระบายด้วยอากาศแบบรุ่นเก่า) มีอัตราการอัดอยู่ที่ 11.5 : 1และอัตราการบิตอยู่ที่ 111 นิวตันเมตรที่ 7,250 รอบต่อนาที โดยมีระบบควบคุมพลังเชื้อเพลิงแบบ Electronic Sequential Port Fuel Injection หรือ ESPFI ที่สามารถใช้เชื้อเพลิง 6.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันผิดจากช็อปเปอร์รุ่นอื่น ๆ ตรงนี้นับว่าน่าสนใจมาก

BMW R69S รุ่นใหญ่เก่าและเก๋า

           

ที่สุดของคนรักรถมอเตอร์ไซด์หลายคนเทคะแนนให้กับรถคลาสสิค ที่สุดของรถคลาสสิค หลายคนเทให้ BMW โดยเฉพาะรุ่น R69S ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นยอดนิยมที่สุดในบ้านเรา และเป็นรุ่นคลาสสิคและพีคที่สุดของ BMW ยักษ์ใหญ่จากเยอรมัน เนื่องจากมีการแก้ไขจุดบกพร่องและนำข้อดี ข้อเสียจากรุ่นเดิม ๆ มาพัฒนา แม้จะดูเป็นโมเดลที่คล้าย ๆ กันในหลาย ๆ รุ่นของรถคลาสสิคจาก BMW วิธีสังเกตง่าย ๆ คือดูที่คอรถซึ่งจะมีสลักบอกรุ่นไว้ หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็ดูที่เสื้อสูบกันไปเลย เอกลักษณ์ของรุ่น R69S นี้คือมีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ถึง 42 แรงม้า ตัว S ที่ห้อยท้ายนี่ไม่ได้ตั้งกันเล่น ๆ นะครับ เพราะมันย่อมาจาก Sport (คล้าย SS ในรถยนต์ที่มาจากคำว่า Super Sport) ซึ่งถูกพัฒนาเพื่อใช้ในการกีฬาแข่งขัน จึงกลายเป็นรุ่นท็อปด้านความแรง มีการปรับเปลี่ยนเรื่องระบบแรงกระแทก การห้อยเครื่อง(หมายถึงจุดวางเครื่องยนต์ที่โครงรถ)ที่มักจะมีปัญหาในรุ่นก่อน ๆ รุ่นนี้ยังมีระบบการกันสะบัด เพื่อรองรับกับความเร็วที่จะเกิดขึ้น จึงไม่แปลกที่รุ่นนี้จะมีราคาถึง 7 หลักแล้วในบ้านเรา และยิ่งต้องเอาใจใส่ ดูแลยิ่งกว่ารถใหม่ ๆ ยิ่งถือว่ายากและเป็นที่ยอมรับกันในหมู่คนเล่นรถคลาสสิค

 

อย่างไรก็ดีรถมอเตอร์ไซด์ไม่ว่าจะแพงแค่ไหน ยากลำบากแค่ไหน ผู้ชายส่วนใหญ่ก็คงจะต้องหามาจนได้สักคันในชีวิต นับเป็นของเล่นที่ราคาแพงเอาเรื่อง ผมเคยได้ยินรุ่นพี่บางคนที่ขี่บิ๊กไบค์ว่า รถของเขาแม้จะราคาสูงแต่ก็ไม่เคยขอเงินจากใครมาซื้อเลย เงินพ่อ เงินแม่ต้องไม่ใช้กับเรื่องแบบนี้ แกค่อย ๆ หาเงินสะสมเองจนซื้อมาได้ ความภูมิใจมันอยู่ที่ตรงนั้น แกบอกว่ารักจริงต้องอดทน ต้องพยายามจนกว่าจะได้มันมา อย่างนั้นสิถึงจะบอกว่าเป็นคนรักรถจริง

By.Anusak F.



Web Analytics