ประเพณีรับน้องยังจำเป็นหรือไม่ Freshmen

on 2016-08-06 06:41:37

Credit : http://board.postjung.com/

ประเพณีรับน้องยังจำเป็นหรือไม่

 

Credit : http://teen.mthai.com/

การรับน้องเป็นประเพณีที่ถูกสืบทอดและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยระบบที่เก่าแก่ที่สุดนั้น มีรากเหง้ามาจากทวีปยุโรป โดยแบ่งออกเป็นสองระบบหลักๆ คือ Penalism เป็นระบบที่เชื่อกันว่า เริ่มมาจากประเทศเยอรมัน ซึ่งคือระบบที่มีการกดขี่รุ่นน้องภายในมหาวิทยาลัย นักศึกษาปีหนึ่งจะต้องอดทนอดกลั้นต่อคำด่าทอและการกลั่นแกล้งจากรุ่นพี่ปีอื่นๆ ในขณะที่ Fagging เป็นระบบของโรงเรียนประจำในประเทศอังกฤษ ที่มีมานานกว่า 700 ปีแล้ว รุ่นพี่ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย มีอำนาจสั่งให้รุ่นน้องรับภาระทำงานบ้านต่างๆแทนตน หรือสั่งให้ทำหน้าที่แทนตนได้ หลายต่อหลายครั้งที่ระบบเหล่านี้นำไปสู่ความบาดหมางและการทารุณ ทำให้สหประชาชาติต้องเอาประเด็นประเพณีรับน้องที่มีความรุนแรงมาใส่ในเรื่อง สิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการศึกษาด้วย ประเพณีรับน้องที่มาจากยุโรปนี้ ค่อยๆเลือนหายไปจากทวีปยุโรปจนหมดสิ้น

 แต่ในยุคปัจจุบันประเพณีนี้กลับเบ่งบานในทวีปอเมริกาหนือและเอเชีย จนเกิดปัญหาความรุนแรงรวมไปถึงการละเมิดทางเพศตามสถาบันการศึกษา ที่สามารถพบเห็นตามข่าว ในประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ แคนาดา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย อินเดีย ศรีลังกา รวมทั้งประเทศไทยด้วย

 

 

Credit : http://teen.mthai.com/

ในประเทศไทยประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากว่าประเพณีการรับน้องนั้นจำเป็นหรือไม่ หลายๆคนมักมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป ซึ่งแล้วแต่วิจารณญาณส่วนบุคคลบ้างก็ว่ากันว่าจำเป็น บ้างก็ว่าไม่จำเป็น

 

Credit http://pantip.com/topic/30462310

 

 

 

Credit : http://www.bangkokbiznews.com/

เรามาดูกันว่าข้อโต้แย้งในแต่ละมุมนั้น แตกต่างกันอย่างไร จากการสุ่มสัมภาษณ์นักศึกษาต่างสถาบันจำนวนหนึ่ง

บทสรุปโดยรวมแล้ว บางคนเห็นด้วยว่า การรับน้องนั้นเป็นการสานสัมพันธ์ที่ดี แต่ในบางครั้งก็รุนแรงเกินไปจนรู้สึกอึดอัดใจ ในขณะที่มีหลายคนไม่น้อยต่างเห็นด้วยว่า มันไม่จำเป็นเลย

ตัวอย่างการสัมภากษณ์จริง

 ไมค์ (เคยผ่านการรับน้อง)

การรับน้องคือการที่ ทำให้รุ่นพี่รู้จักรุ่นน้อง รุ่นน้องรู้จักกันเอง แต่ในทุกๆวันนี้ มันคือการที่ รุ่นพี่ก็จะคอยเทคแคร์ดูแล อ่อย แต่รุ่นน้องหน้าตาดีๆ พอคนทำธรรมดาก็จะไม่ค่อยสนใจ มันเลยเกิดความสนิทกับรุ่นพี่แค่กลุ่มเล็กๆ จะว่ามันก็ไม่ได้จำเป็นว่าต้อง ใช้ระยะเวลานานอะไรเป็นเดือนๆ ให้มีแค่แบบ กิจกรรม ที่หลากหลายไม่เน้นประเพณีที่แบบเอาความเชื่อจากรุ่นสู่รุ่นมากเยอะเกินไป แบบให้มันพอดีๆหน่อย เปิดตาดูว่าเด็กแต่ละรุ่นที่เข้ามาเรื่อยๆ ทัศนคติ ความคิดและแนวทางชีวิต มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

หลุยส์ (เคยผ่านการรับน้อง)

การรับน้อง ส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่จำเป็นครับ การรับน้องใจความหลักคือการผูกสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง สำหรับบางคนอาจคิดว่านี้คือทางลัดที่จะช่วยให้สนิทสนมกันเร็วขึ้นครับ

แอนโธนี่ (ไม่เคยผ่านการรับน้อง)

การรับน้องคือ การเข้าไปหาเพื่อนใหม่ ส่องหญิง

บี (ไม่เคยผ่านการรับน้อง)

การรับน้องเป็นการสารสัมพันธ์ที่ดีทางหนึ่ง ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง แนะนำชี้แจงเรื่องราวในคณะ แล้วถ้าหากมีกิจกรรมเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ทุกคนจะได้เรียนรู้จักกันเร็วขึ้น

นุ่น (เคยผ่านการรับน้อง)

การรับน้องคือ : กระชับความสัมพันพี่กับน้อง ที่จะทำให้เกิดการแตกแยกและศาลเตี้ยเล็กๆ แอบแฝง

เอล (เคยผ่านการรับน้อง)

สำหรับเราการรับน้องคือกิจกรรมที่ทำให้รุ่นพี่และรุ่นน้องใหม่ๆทำความรู้จักกัน ทำให้สนิทกันเร็วกว่าปกติ วิทยาลัยมีสายรหัส รุ่นน้องปีหนึ่งต้องหารุ่นพี่รหัสให้ได้ภายใน5วัน (วิทยาลัยเรารับน้องแค่5วัน) แล้วใน5วันนั้นน้องปีหนึ่งจะต้องถามหรือตามหารุ่นพี่ทุกคน ทักทาย แนะนำชื่อ คุยกัน ทำความรู้จักกัน ฯลฯ ซึ่งเราว่ามันทำให้เรารู้จักน้องและน้องรู้จักพี่ได้เร็วขึ้น มันอาจจะเป็นเพราะคนไม่เยอะ ถ้าเปรียบเทียบกับคณะอื่นๆ วิทยาลัยเรารับน้องเบามาก อาจจะเพราะเหตุนี้ ทำให้เวลาเห็นคณะหรือมหาวิทยาลัยอื่นรับน้อง บางทีเราว่ามันก็ทำกันเกินไป เด็กเข้ามาเพื่อนเรียน ศึกษาสิ่งใหม่ๆ ไม่ใช่มาทำหรือฟังที่รุ่นพี่สั่ง อย่างกับเป็นเกณฑ์ทหาร รับสมัครคนใช้ใหม่ไรงี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ชอบการรับน้องนะ เพราะถ้าไม่มีการรับน้องคงไม่รู้จักน้องใหม่แต่ละคนว่าชื่ออะไร มาจากไหน เรียนอะไร คงไม่ได้คุยกัน ไม่สนิทกัน

 

 

Credit : http://raynartz.exteen.com/

อย่างไรก็ตามประสบการณ์แต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและเวลาอันเกิดเหตุด้วย ประเด็นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในสังคมและยังคงมีต่อไปเรื่อยๆ แล้วคุณละ เคยผ่านการรับน้องหรือไม่ มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับประเพณีการรับน้อง ประเพณีดังกล่าวยังจำเป็นอยู่ไหม โปรดทิ้งคอมเม้นไว้เพื่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเรา

 Credit : https://www.facebook.com/AntiSOTUSPage/


หมวดบทความ : ประเทศไทยผู้ชาย ประเทศไทยผู้หญิง

บทความที่ได้รับความนิยม

Like us on Facebook?