แฟชั่นผู้ชาย ความพอดีที่ต้องคัดสรร Men's Fashion

on 2015-06-04 15:55:00

ปัจจุบันเสื้อผ้าแฟชั่นผู้ชายนับว่ามาไกลจากสิ่งที่เป็นแค่เครื่องนุ่งห่มอย่างมากเพราะชีวิตมันต้องมีรสนิยม และรสนิยมก็หมายถึงความละเมียดในชีวิต แน่นอนว่าเฉพาะคนที่ใส่ใจตนเองเท่านั้น จึงจะเห็นคุณค่าของแฟชั่น และพยายามที่จะดูแลใส่ใจตนเองให้ดูดีในสายตาของผู้พบเห็นอยู่เสมอ ไม่ต้องแปลกใจเลยหากคนสองคนมายืนข้างกัน แล้วคนทั่วไปจะบอกว่าคนนั้นดูดี คนนี้ดูแย่ โดยดูจากการแต่งตัวของเขา

ก็จริงครับหากใครจะยกคำกล่าวที่ว่า "มองคนอย่ามองแต่ภายนอก" คำกล่าวนี้ผมว่าไม่ควรใช้เพียงแต่ในกรณีเรื่องเสื้อผ้านี้ เพราะประโยคนี้ในสมัยก่อนคงหมายความกินเข้าไปถึงระดับจิตใจของมนุษย์ที่กล่าวถึงมากกว่า
เพราะเราอยู่ในสังคมที่เจริญและมีคนหมู่มาก เรื่องการแต่งตัวยังไงก็สำคัญอยู่ดี
ยกตัวอย่างเช่น คุณจะไปสมัครงาน แต่งตัวเซอร์ ๆ ไปสมัคร แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ที่เขาจะไม่รับคุณ ไม่ใช่เพราะเขามองแต่คนแค่ภายนอก แต่เขาไม่รับเพราะคุณไม่รู้จักกาลเทศะ และจะเอาแต่ให้คนอื่นยอมรับในวิธีของคุณ โดยที่คุณยังไม่ยอมรับวิธีของพวกเขาเลย เป็นต้น

http://www.1teeshirt.com/t-shirt แนะนำลิงค์ออกแบบเสื้อผ้าออนไลน์จาก 1teeshirt

 

ยิ่งในยุคปัจจุบันที่เราสามารถออกแบบเสื้อผ้าที่เราต้องการได้เอง ผ่านเว็ปไซต์ที่มีบริการออกแบบออนไลน์แล้ว ดังนั้นการที่เราจะใส่ใจในแฟชั่นหรือเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของเรามากขึ้นจึงไม่ใช่เรื่องยาก

สำหรับคนอ้วนนั้นก็แต่งตัวได้หลากหลาย เพียงแต่อาจจะต้องใส่ใจมากกว่าคนอื่นทั่วไปเสียหน่อย

http://www.studio-t-shirt.com/ แนะนำลิงค์ออกแบบเสื้อผ้าออนไลน์จาก studio t-shirt

ดังนั้นเราจะลองมาเข้าเรื่องกันดู ว่าแฟชั่นชาย นั้นมันเป็นยังไง แต่งตัวแค่ไหนเรียกว่าแฟชั่น แฟชั่นแค่ไหนเรียกว่าแต่งตัว ต้องผูกไท้ใส่สูทตลอดเวลาหรือถึงจะเรียกว่ามีรสนิยมหรือนำสมัย
กล่าวแบบกว้างก็ต้องบอกว่าใช่ครับ แต่ถ้ากว้างกว่าคือไม่จำเป็น (ห้ามงงนะ)
แฟชั่นนั้นถ้าเราเจาะไปทีละส่วน แตกย่อยไปทีละสไตล์ พิมพ์กันถึงปีหน้าก็ไม่จบ ดังนั้นวิธีที่ครอบคลุมกว่าในทุกสไตล์จึงหมายถึงคำรวม ๆ เหล่านี้


1.แนวไหนก็ได้ ถ้ามิกซ์ แอนด์ แมช เป็น
2.สะอาด 
3.มีแนวที่ตนเองชอบใส่ และเลือกใส่มันอย่างพอดีกับสไตล์นั้น ๆ 
4.มีกาละเทศะ

http://www.benmanhirefashion.com/th_welcome/shirt_designแนะนำลิงค์ออกแบบเสื้อเชิ้ตออนไลน์จาก เบน แมนไฮร์ ที่ออกแบบง่าย ๆ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องแบบและขนาดของเสื้อ

เพียงแค่ 4 ข้อนี้ หากชายท่านใดมีครบ ผมคิดว่าคุณเองก็มีสไตล์และดูดีได้แล้วครับ งั้นวันนี้เราจะลองมาขยายความกันดูว่าแต่ละข้อที่ยกมานั้นรายละเอียดเป็นอย่างไรบ้าง


1.แนวไหนก็ได้ ถ้า มิกซ์ แอนด์ แมช เป็น

นั่นเพราะคนแต่งตัวเป็น แม้จะจับไปปล่อยที่สยามพาราก้อนหรือโรงเกลือ สิ่งที่พวกเขาจะช็อปก็จะลงตัวกันไปหมด เพราะพวกเขามีภาพในหัว ว่าอยากได้อะไร อยากแต่งยังไง รวมกันแล้วแต่งออกมาจะเป็นยังไง เสมือนพ่อครัวระดับมืออาชีพ ที่นำไปปล่อยในตลาดสดต่างถิ่น ยังไงเขาก็รู้อยู่ดีว่าเย็นนั้นเขาจะปรุงอะไรกิน

2.สะอาด

นานเท่าไหร่แล้วที่มีคนมักเข้าใจผิดระหว่างการแต่งตัวแบบเซอร์ ๆ กับ สกปรก คือคนสองกลุ่มนี้แยกออกจากกันอย่างชัดเจนนะครับ เพราะคนจะเซอร์ไม่ต้องสกปรก และคนสกปรก แต่งแนวไหน ก็สกปรก 
ชุดที่สะอาดนำมาซึ่งกลิ่นที่พึ่งประสงค์แก่การอยู่ใกล้ ยกตัวอย่างเช่น คุณมีอาชีพเป็นพ่อครัว ไม่ได้แปลว่าคุณต้องมีกลิ่นเครื่องเทศติดตัวตลอดเวลา หรือเป็นศิลปิน ไม่จำเป็นต้องตัวเลอะสี เหม็นทินเนอร์ตลอดเวลาก็ได้ครับ อย่าให้คนอื่นต้องมาทนกลิ่นของคุณเลย อย่าว่าแต่สาว ๆ เขายิ่งไม่ชอบเลยนะครับ (ไม่งั้น AXE จะขายดีหรอ ฮ่า ๆ )


3. มีแนวที่ตนเองชอบ และเลือกใส่มันอย่างพอดีกับสไตล์นั้น ๆ

การที่เราจะเริ่มแต่งตัวเป็น แต่งตัวเก่งในจุดเริ่มต้นคงต้องหาแรงบันดาลใจ เพื่อให้รู้ก่อนว่าเราชอบแบบไหน และศึกษาดูตัวอย่างแนวนั้นให้เยอะ ๆ แล้วทดลองจัดหาเสื้อผ้าแนวนั้น ๆ มาลองใส่ดู ที่ผมบอกเอาไว้ว่า ให้เลือกใส่มันอย่างพอดีกับสไตล์นั้น ๆ เพราะแฟชั่นของแต่ละแนว เขาใส่เสื้อแต่ละขนาดไม่เท่ากัน บางแนวเช่น เม็กซิกัน หรือฮิปฮอบ ก็นิยมใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่ ๆ แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะดูไม่ดี เพราะถ้าแต่งแบบจัดเต็มแล้ว ประกายแห่งแนวนี้ก็จะเจิดขึ้นมาเอง

แต่ถ้ารวมกันมั่ว ๆ เมื่อไหร่ ความไม่ลงตัวแบบขัดหูขัดตาก็จะเกิดขึ้น แต่ถ้าแนวที่กว้างที่สุด ก็คงเป็นการใส่เสื้อผ้าแบบพอดีตัว ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนอ้วนการใส่เสื้อที่ใหญ่หรือเล็กเกินไปจะมีผลให้คุณดูอ้วนขึ้น  แต่ถ้าใส่พอดีตัว รับรองว่าดูดีไม่แพ้ใครครับ ขนาดไม่สำคัญ อยู่ที่จังหวะและลีลามากกว่า ดังนั้นคุณควรมีสายวัดเพื่อทราบขนาดตัวของคุณเอง


4.มีกาละเทศะ

ข้อนี้สำคัญที่สุด เพราะเป็นแนวคิดแบบสากล เช่นว่า มนุษย์เราไม่นิยมใส่เสื้อสีฉูดฉาดไปงานศพ เรานิยมใส่เสื้อเชิ้ตภูมิฐานไปสมัครงานหรือไปธุระที่ต้องมีภาพลักษณ์ และแน่นอน เรานิยมใส่ชุดเท่ ๆ ดำ ๆ ร็อค ๆ ไปดูคอนเสิร์ต

ดังนั้นสรุปได้ว่าสิ่งสำคัญของเสื้อผ้าแฟชั่นผู้ชายไม่ว่าจะอ้วน หรือผู้ชายตัวเล็กผอมยังไงก็ตาม ควรจะเริ่มจากการสนใจดูแลตนเองอยู่เสมอ เหมือนความรัก ที่ไม่ต้องตลอดเวลา แต่ก็ควรหมั่นดูแลบ้างอย่าให้ห่างเหินกันก็พอ แล้วภาพรวมก็จะดีเอง

 

 

By.Anusak F.

 


หมวดบทความ : เสื้อผ้าผู้ชาย

บทความที่ได้รับความนิยม

Like us on Facebook?